เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
ถามเงือกน้อย
เงือกน้อย
18.52
เงือกน้อย
สวัสดีจร้าาา... วันนี้มีอะไรให้เงือกน้อยช่วยคะ ถามเงือกน้อยมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้คะ
18.52

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
ข่าวกิจกรรม
จังหวัดสงขลา ทบทวนแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและดินถล่ม ปี 2569 ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ มุ่งพัฒนาระบบเตือนภัยแม่นยำ บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน
26 พฤษภาคม 2569

จังหวัดสงขลา ทบทวนแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและดินถล่ม ปี 2569 ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ มุ่งพัฒนาระบบเตือนภัยแม่นยำ บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน

. วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมทบทวนและปรับปรุงร่างแผนเผชิญเหตุอุทกภัยและดินถล่มจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569 โดยมีนายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

. การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ที่กำหนดให้ทุกจังหวัดทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุอุทกภัยให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสามารถรองรับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทบทวนบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการปรับปรุงฐานข้อมูลสำคัญ อาทิ พื้นที่เสี่ยงภัย แผนที่ทางน้ำ ผังเมือง ระบบบัญชาการเหตุการณ์ ช่องทางแจ้งเตือนประชาชน ระบบการสื่อสาร กลุ่มเปราะบาง ศูนย์พักพิง ตลอดจนทรัพยากร เครื่องจักรกล และวัสดุอุปกรณ์ด้านสาธารณภัย เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ

. สำหรับร่างแผนเผชิญเหตุอุทกภัยจังหวัดสงขลา ปี 2569 ได้มีการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ ลุ่มน้ำ เส้นทางน้ำ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ และบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา เพื่อนำมาพัฒนาระบบบริหารจัดการและการแจ้งเตือนภัยให้มีความแม่นยำและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้จัดทำฐานข้อมูลศูนย์พักพิง สถานที่อพยพ เครือข่ายภาคเอกชน มูลนิธิ ตลอดจนระบบบริหารจัดการสิ่งของบริจาค เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

. ด้านการบริหารจัดการพื้นที่ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบหมายภารกิจให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแลพื้นที่ตามโซนที่รับผิดชอบ พร้อมประสานการทำงานร่วมกับนายอำเภอและหน่วยทหารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยในภาวะปกติ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ณ ศาลากลางจังหวัด จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ แต่หากเกิดสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดจะพิจารณาจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดส่วนหน้า” ณ มณฑลทหารบกที่ 42 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยการ ควบคุมสถานการณ์ และระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมซักซ้อมลำดับการบังคับบัญชาเพื่อลดความสับสนในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

. ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน ได้หารือแนวทางพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีบทบาทสำคัญในการติดตามสถานการณ์ระดับพื้นที่และแจ้งเตือนประชาชนโดยตรง การประเมินระดับการแจ้งเตือนภัยจะอาศัยข้อมูลเชิงวิชาการ ทั้งปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดมาตรการเฝ้าระวังที่เหมาะสม พร้อมยกระดับระบบสื่อสารแจ้งเตือนภัยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชัน Cell Broadcast เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูลสู่ประชาชน

. นอกจากนี้ จังหวัดสงขลายังได้รับการคัดเลือกจากส่วนกลางให้เป็นพื้นที่หลักในการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติระดับชาติ ภายใต้รหัส “C-MEX 26” เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับอุทกภัยและภัยพิบัติขนาดใหญ่ โดยนำบทเรียนจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นกรณีศึกษา ซึ่งการฝึกซ้อมครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการจัดการภัยพิบัติสู่ระดับ 4 และมีกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมเป็นประธานและผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง

. สำหรับแผนการดำเนินงาน จังหวัดกำหนดจัดการซ้อมแผนบนโต๊ะ (Tabletop Exercise) และการซ้อมในที่บังคับการ (Functional Exercise) ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมเร่งเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอให้มีความเชี่ยวชาญ สามารถปฏิบัติงานได้จริง ก่อนเข้าสู่การฝึกภาคสนามขนาดใหญ่ ทั้งนี้ พื้นที่ฝึกซ้อมหลักคาดว่าจะจัดตั้งกองอำนวยการร่วม ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคอหงส์ เทศบาลเมืองควนลัง และเทศบาลเมืองคลองแห พร้อมจำลองสถานการณ์อพยพประชาชนจาก 103 ชุมชน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ ลดความสูญเสีย และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสาธารณภัยของจังหวัดสงขลาในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม