รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ติดตามถนนเชื่อมด่านสะเดา–บูกิตกายูฮิตัม พร้อมเตรียมเปิด Soft Launch รองรับส่งออกโลจิสติกส์ไทย ในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
วันนี้ (22 เมษายน 2569) ที่ห้องประชุมกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อพัฒนาจังหวัดสงขลา ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Expert Working Group: EWG) ฝ่ายไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting) เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายแดน และเร่งรัดการเปิดใช้งานด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
ที่ประชุมรายงานว่า การก่อสร้างถนนเชื่อมต่อฝั่งประเทศไทยได้ดำเนินการแล้วเสร็จทั้ง 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ระยะทางประมาณ 574.549 เมตร เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจร และระยะที่ 2 ระยะทางประมาณ 300 เมตร เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 6 ช่องจราจร พร้อมระบบระบายน้ำและไฟฟ้าส่องสว่าง ปัจจุบันอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดงานงวดสุดท้าย อาทิ การติดตั้งราวกันอันตรายและป้ายจราจรเพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้
ขณะที่ความคืบหน้าฝั่งมาเลเซีย กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียว่า โครงการก่อสร้างมีความก้าวหน้าทางกายภาพแล้วร้อยละ 97 แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและสภาพพื้นที่ ทำให้กำหนดแล้วเสร็จเลื่อนจากต้นปีเป็นประมาณเดือนสิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายมาเลเซียยังคงยืนยันความพร้อมในการปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับฝ่ายไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ในการสัญจรผ่านแดนในอนาคตอันใกล้
สำหรับความพร้อมของด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กรมศุลกากรยืนยันว่ามีความพร้อมด้านอาคารสำนักงาน อาคารตรวจปล่อยสินค้า (Cargo Terminal) อาคารผู้โดยสาร รวมถึงระบบตรวจสอบน้ำหนักและเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งพร้อมใช้งานเกือบ 100% โดยที่ประชุมมีมติวางแนวทางการเปิดใช้งานในรูปแบบ Soft Launch เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าเป็นลำดับแรก ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ควบคู่กับการเร่งรัดประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเปิดจุดผ่านแดน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม EWG ร่วมไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 5 เพื่อหารือประเด็นทางเทคนิค และข้อเสนอการติดตั้งรั้วความปลอดภัยบริเวณแนวเขตแดน ให้เกิดความชัดเจน และคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศต่อไป
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ข่าว-ภาพ














