จังหวัดสงขลา ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทาน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี 2570
.
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) ที่ห้องประชุมเก้าเส้ง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทาน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จังหวัดสงขลา ครั้งที่ 7 ปี 2570 ครั้งที่ 1/ 2569 พร้อมด้วยคณะกรรมการสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จังหวัดสงขลา ครั้งที่ 7 ปี 2570 เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง
.
สำหรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) เป็นรางวัลระดับนานาชาติ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาร่วมกับผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2558 ในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระปรีชาด้านการศึกษาที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อเสริมสร้างการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในระดับต่างๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะเด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่นห่างไกลทั่วประเทศ และเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานผู้มีผลงานดีเด่นและสร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชีย เดิมรวม 11 ประเทศ และได้เพิ่มเติม 3 ประเทศ ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ราชอาณาจักรภูฏาน และมองโกเลีย รวมทั้งหมด 14 ประเทศ ประเทศละ 1 คน รวม 14 รางวัล โดยมีมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีเป็นองค์กรหลักในการพิจารณารางวัล ซึ่งจะดำเนินการคัดเลือกทุก 2 ปี
.
หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การคัดเลือกและรางวัล ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี 2570 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้แจ้งประกาศฯ การสรรหาและคัดเลือกครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ.2570 (ประเทศไทย) และได้จัดทำคู่มือการคัดเลือกฯ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ใช้เป็นแนวทางดำเนินงานคัดเลือก มีสาระสำคัญสำหรับการคัดเลือกระดับจังหวัด มีหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1.คุณสมบัติทั่วไป 1) มีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย 2) ปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ , เป็นหรือเคยเป็นครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , เป็นหรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผู้เรียนที่มีอายุระหว่าง 3 - 18 ปี) 3) มีประสบการณ์ปฏิบัติงานสอนอย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 ปี นับถึงวันที่มูลนิธิฯ ออกประกาศ (18 กุมภาพันธ์ 2569) กรณีเป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีชั่วโมงสอนอย่างต่อเนื่อง 4) ปฏิบัติงานสอนและหรือปฏิบัติหน้าที่ด้านการศึกษาอยู่จนถึงวันที่มูลนิธิฯ ประกาศผลการพิจารณาตัดสิน 5) ไม่เป็นครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก 6) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี 2.คุณสมบัติเฉพาะ 1) เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ สร้างแรงบันดาลใจ และจัดการเรียนรู้ ให้ลูกศิษย์มีความเจริญก้าวหน้าและความสำเร็จในชีวิต มีความอุตสาหะในการปฏิบัติภารกิจความเป็นครูมาโดยตลอดด้วยจิตวิญญาณความเป็นครูและเป็นแบบอย่างที่ดี ด้านคุณธรรมจริยธรรม มีลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายแวดวงอาชีพยกย่องถึงคุณงามความดี 2) เป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา ปฏิบัติงานสอนหรือการจัดการเรียนรู้ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และมีแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสม ศึกษา ค้นคว้า พัฒนาการสอนหรือการจัดการเรียนรู้ มีความแตกฉานทั้งด้านเนื้อหาและวิธีการจัดการเรียนรู้ในส่วนที่รับผิดชอบ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นแบบอย่างของความสำเร็จได้อย่างกว้างขวาง
.
การสรรหา มีรายละเอียด ดังนี้ 1. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูในสังกัด หรือครูที่ปฏิบัติงานร่วมกับสถานศึกษาของตนอยู่ในปัจจุบัน 2. สมาคม มูลนิธิ และองค์กร ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้เป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อครูในสังกัด หรือครูที่ปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรของตน (ไม่รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม และมูลนิธิ ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนครูหรือกิจการของสถานศึกษาใดเป็นการเฉพาะ 3.ลูกศิษย์ที่เป็นศิษย์เก่า อายุไม่น้อยกว่า 25 ปี เสนอชื่อครูที่เคยสอนตนมาก่อน 4.อาจารย์ในระดับอุดมศึกษา เสนอชื่อครู ซึ่งเป็นผู้ที่ตนเคยสอนมาก่อน (อาจารย์ 1 คน เสนอชื่อครู 1 คน และมีอาจารย์อีก 2 คน ร่วมสนับสนุนข้อมูล) การเสนอชื่อ ให้สถานศึกษา หรือองค์กร หรือลูกศิษย์ หรืออาจารย์ มีสิทธิ์เสนอชื่อครูได้เพียง 1 คน โดยเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกในระดับจังหวัด ณ จังหวัดที่ครูผู้รับการเสนอชื่อปฏิบัติงานอยู่ในปัจจุบัน
และครูผู้ได้รับรางวัลคุณากร รางวัลครูยิ่งคุณ และรางวัลครูขวัญศิษย์ มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อได้อีก 1 ครั้ง หลังจากได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 ปี , มูลนิธิฯ กำหนดแบบเสนอชื่อมาให้ ,การเสนอชื่อเกินจำนวนที่กำหนด ให้ถือว่าการเสนอชื่อทั้งหมดเป็นโมฆะ
.
การคัดเลือก 1. คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด พิจารณาคัดเลือกจากข้อมูลในแบบเสนอชื่อ เอกสารหลักฐาน รวมทั้งข้อมูลอื่นที่รวบรวมได้ด้วยวิธีต่างๆ และให้คัดเลือกไว้ไม่เกินจำนวนตามที่มูลนิธิฯ กำหนด สำหรับจังหวัดสงขลาให้คัดเลือกไว้ไม่เกินจำนวน 4 ราย จากนั้นให้ประกาศผลการคัดเลือกให้ทราบเป็นการทั่วไป 2.ให้คณะกรรมการระดับจังหวัด ประกาศเปิดรับฟังข้อทักท้วงผลการคัดเลือกระดับจังหวัด เป็นเวลา 7 วันทำการ นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ และพิจารณาวินิจฉัยข้อทักท้วง 3. จัดส่งรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกและเอกสาร ไปยังคณะกรรมการคัดเลือกส่วนกลางโดยเรียงลำดับตามผลการคัดเลือก ภายในเดือนกันยายน 2569
.
สำหรับรางวัล 1.รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประกอบด้วย 1) เหรียญทองมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 2) เข็มเชิดชูเกียรติทองคำพระราชทาน 3) โล่ประกาศเกียรติคุณ 4) เงินรางวัล จำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐ 5) เกียรติบัตร 2. รางวัลคุณากร ประกอบด้วย 1) เหรียญเงินมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 2) เข็มเชิดชูเกียรติพระราชทาน 3) เกียรติบัตร 3. รางวัลครูยิ่งคุณ ประกอบด้วย 1) เหรียญทองแดงมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 2) เข็มเชิดชูเกียรติพระราชทาน 3) เกียรติบัตร 4) รางวัลครูขวัญศิษย์ ประกอบด้วย 1) เข็มเชิดชูเกียรติพระราชทาน 2) เกียรติบัตร
.
สำหรับการคัดเลือกในจังหวัดสงขลา ได้รับโควตาครูจำนวน 4 คน ซึ่งผู้ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัด จะได้รับ“รางวัลครูขวัญศิษย์” และได้รับเข็มเชิดชูเกียรติพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงผู้ได้รับการเสนอชื่อทุกท่าน จะได้รับเกียรติบัตรจากจังหวัดสงขลา ในงานวันครู พ.ศ. 2570 โดยประกาศเปิดรับให้สถานศึกษา หรือหน่วยงาน หรือศิษย์เก่า หรืออาจารย์ เสนอชื่อครูในจังหวัดสงขลาเข้ารับการคัดเลือก ตั้งแต่บัดนี้ถึง 22 มิถุนายน 2569 สอบถามโทร. 074-312539 หรือ 086-5986561
.
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา//ภาพ-ข่าว














